Wednesday, July 11, 2012

บทความเรื่อง เทคโนโลยีกับมนุษย์

    
        เทคโนโลยีปัจจุบันต้องยอมรับว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของมนุษย์ไปแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ถ้ามองออกไปจะพบว่าผู้คนต่างพากันกดโทรศัพท์ จากเล่นเกมจากไอแพดหรือแชทกับผู้อื่นผ่านบีบี ผู้คนที่นั่งรับประทานอาหารบนโต๊ะร่วมกันแต่กลับไม่พูดกันเลย เพราะต่างก็ได้ส่งรูป ส่งข้อมูล หรือคุยกันผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค แทนที่จะคุยกันหรือหยอกล้อกันเหมือนเมื่อก่อน การที่เราใช้เทคโนโลยีเกินความจำเป็นนั้น ความสัมพันธ์ระว่างกันอาจลดน้อยลง
    ยิ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีนโยบายการแจกแท็บเล็ตให้แก่เด็กป.1นั้น มันเปรียบเสมือนดาบ2คม คือ ถ้าเด็กนำไปใช้ได้ถูกวิธีก็จะเพิ่มพูนความรู้ เพราะเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะการอ่านหนังสือหรือค้นหาข้อมูลการหาบนอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ง่ายและสะดวกมากที่สุด แต่ถ้าเด็กนำไปใช้แค่การเล่นเกมอย่างเดียว ก็คงเสียเปล่าไม่ได้ความรู้อะไร
    เทคโนโลยีใช่ว่ามีแต่เรื่องไม่ดีข้อดีของมันก็มี เช่น เราสามารถสืบค้นข้อมูลที่ต้องการหาได้อย่างรวดเร็วมาก ซึ่งแตกต่างจากสมัยก่อน ทำให้การศึกษาเป็นไปอย่างรวดเร็วง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นเราควรเลือกใช้เทคโนโลยีให้ถูกวิธี ใช้อย่างมีวิจารณญาณ เราจะสามารถควบคุมมันได้ และใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด


บทความเรื่อง สังคมไทยกับการเสี่ยงโชค


     คงต้องยอมรับว่าการเสี่ยงโชคเป็นสิ่งที่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน และในยุคที่เศรษฐกิจมีการแข่งขันกันแบบนี้ ถ้าใครบางคนมีโอกาสถูกรางวัลที่1ซักใบ คงจะมีความสุขไม่น้อยเลย ทุกวันนี้หากเราเปิดดูหนังสือพิมพ์หรือดูทีวีจะพบว่ามีข่าวว่า พบเห็ดประหลาด ปลีกล้วยออกกลางต้น หรือแม้แต่วันนี้นายกเปลี่ยนรถคันใหม่ซึ่งผู้สื่อข่าวของแต่ละช่องต่างก็พยายามนำเสนอเพื่อเพิ่มเรตติ้งให้กับรายการของตน ยิ่งถ้ารายการใดรายงานข่าวและผู้คนนำไปซื้อเลขและถูกกันอย่างมากมาย รายการนั้นก็จะดังและมีผู้คนติดตามอย่างมากมาย การเสี่ยงโชคของคนในสังคมไทยอาจจะสะท้อนถึงเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังถดถอย ประชาชนต้องหวังพึ่งโชคลาภ แทนที่ลงมือลงแรงและสมองในการประกอบอาชีพ รัฐบาลควรเข้ามาดูแลคนในสังคมให้เค้ามีการดำรงชีวิตที่ดีขึ้น
  โดยการสอนให้ทุกคนรู้จักการพึ่งพาตนเองอย่างคำกล่าวที่ว่า พระราชายื่นเป็ดแต่นักการเมืองยื่นปลา เป็นคำกล่าวที่กินใจเหลือเกิน เพราะพระเจ้าอยู่หัวสอนให้เรารู้จักหาปลารู้จักการทำด้วยตนเอง ไม่ต้องการปลาจากผู้อื่น ซึ่งเปรียบเสมือนกับการรอคอยโชคลาภซึ่งไม่รู้ว่าวันไหนถึงจะเป็นวันของเรา



บทความเรื่อง เด็กบดินทรอดข้าวประท้วง หวังเข้าม.4


      จากข่าวที่ว่าได้มีกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) จำนวนหนึ่งไปอดข้าวประท้วงข้างทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอให้โรงเรียนรับเข้าต่อชั้นม.4 ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ของสังคมเลยว่าทำไมเด็กๆกลุ่มนี้ถึงไม่ได้เข้าศึกษาต่อ เข้าไม่ได้เข้าเพราะมีการแปะเจี๊ย หรือเข้าไม่ได้เพราะเกรดเฉลี่ยไม่ถึงตามกฎที่โรงเรียนได้กำหนดไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องได้เท่าไหร่ถึงจะสามารถศึกษาต่อชั้นม.4ได้ ซึ่งพอได้มาดูมาตรฐานของโรงเรียนและของกระทรวงศึกษาที่ได้ตั้งไว้ว่าให้โรงเรียนสามารถรับเด็กเก่าได้เพียง550คน และมีห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์อีกประมาณ30คน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการคัดเลือกภายในโดยดูเกรดเฉลี่ย3ปีก่อนว่าต้องมีเกรดเท่าไหร่ถึงจะสามารถผ่านเกณฑ์ ส่วนนักเรียนที่เกรดเฉลี่ยไม่ถึงนั้นสามารถสอบคัดเลือกรอบ2ได้ และโรงเรียนก็ได้รับนักเรียนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งเพราะมีนักเรียนบางส่วนสอบติดยังโรงเรียนอื่นแล้วได้สละสิทธิ์ไป ซึ่งการสอบรอบสุดท้ายนี้จะมีนักเรียนจากข้างนอกมาสอบแข่งด้วย หากไม่สามารถสอบผ่านรอบนี้ก็คือไม่สามารถเข้าศึกษาต่อได้ ซึ่งนักเรียนที่ไปอดข้าวที่ข้างทำเนียบนั้นต่างก็คือนักเรียนที่ไม่สามารถสอบเข้ารอบสุดท้ายที่ทางโรงเรียนได้จัดไว้ให้ และผู้ปกครองของเด็กทั้งหลายเหล่านี้ก็ต่างพากันสนับสนุนให้บุตรหลานของตัวเองมาประท้วง โดยไม่ได้ยอมรับความจริงเลยว่า ลูกหรือหลานของตนเองนั้นสอบไม่ติดเองและโรงเรียนไม่ได้มีอยู่เพียงโรงเรียนเดียวและการเรียนที่โรงเรียนไหนก็ตามถ้าเด็กที่มาประท้วงเป็นเด็กที่มีความสามารถไม่ว่าจะไปเรียนที่โรงเรียนไหนก็มีความสามารถเหมือนกัน การแก้ปัญญาของทางโรงเรียนเพื่อยุติปัญญาการอดข้าวประท้วงของนักเรียนคือได้มีการจัดห้องเรียนพิเศษซึ่งเป็นการเรียนการสอบภาคบ่าย เรียนตั้งแต่บ่ายโมง-ห้าโมงเย็น และยังมีเรียนวันเสาร์ อีกด้วย 
       ในสังคมไทยปัจจุบันเราจะพบว่าการประท้วงเพื่อต้องการในสิ่งที่ตนเองอยากได้หรือพอใจหรือไม่พอใจอะไร กำลังมีมากขึ้นในสังคม การประท้วงไนการอดข้าวของนักเรียนบดินทรเดชาในครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จของการประท้วงก็เป็นไปได้ทำให้สะท้อนภาพขอสังคมไทยในปัจจุบันว่าถ้าเราไม่พอใจอะไร หรืออยากได้อะไรแล้วไม่ได้เราก็จะมาชวนกันประท้วงในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่น กลุ่มแท็กซี่ไม่พอใจค่าแท็กซี่ก็ประท้วง กลุ่มเกษตรไม่พอใจในราคาผลไม้ก็ประท้วง ไหนจะยังผู้ชุมนุมมากมายหลากหลายสีซึ่งมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันอีก พอคนไทยเรารู้ว่าถ้าออกมาประท้วงแล้วเราจะได้ตามที่ต้องการก็จะมาประท้วงกัน โดยไม่ได้คำนึงเลยว่าจะมีผู้คนจำนวนมากแค่ไหนที่ต้องมาเดือดร้อนกับการกระทำของคนเหล่านี้ิ้ประเทศชาติไทยเราจะเจริญได้อย่างไร หากคนไทยคิดกันเพียงแค่ว่า หากไม่ได้อะไรก็มาประท้วงเดี๋ยวก็ได้เอง แล้วถ้าอย่างนี้หากเด็กที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเกิดสอบมหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันไม่ได้ไม่ต้องออกมาประท้วงกันเลยทั่วประเทศเลยหรอ เพราะรู้ว่าหากประท้วงแล้วเดี๋ยวต้องได้เข้าแน่ๆ อยากให้คนไทยเปลี่ยนความคิดที่ผิดๆเรื่องการประท้วงเพื่อสิ่งที่อยากได้ออกไป เราควรทำตามกฎตามกติกาและควรยอมรับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ไม่มีอะไรที่จะได้ดั่งใจเราทุกอย่าง หากเรายังไม่เปลี่ยนความคิดกันต่อไปคนไทยคงได้ออกมาประท้วงกันทุกวันเป็นแน่แท้
 




บทความเรื่อง คนไทยกับข่าวลือ

     
        ก่อนถึงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2555 ประเทศไทยได้รู้จักกับเด็กชายปลาบู่ ซึ่งเป็นบุตรของ นายทองใบ ค่าลี้ เป็นราษฎร ของอำเภอเขาสอยดาว จังหวัดจันทบุรี ได้ให้สัมภาษณ์และมีการเผยแพร่กันทางอินเตอร์เน็ตว่าลูกชายที่เสียชีวิตไปกว่า 38 ปี บอกว่าเขื่อนใหญ่ทางเหนือจะแตกจากแผ่นดินไหว ซึ่งคำทายได้แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนต่างวิพากวิจารณ์ และติดตามคอยดูว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ในวันเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงและแน่นอน ก็คือ การงดไปเที่ยงฉลองปีใหม่ของคนจำนวนมาก บนเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เพราะกลัวกับกระแสข่าวลือที่อาจเป็นจริง ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดากกับเงียบเหงา และก็ยังมีข่าวลือขึ้นหน้าหนึ่งในช่วงเดือนเมษายน เกี่ยวกับการดูหมอ ว่าเกาะภูเก็ตจะจมทะเลภายในวันที่ 28 เมษายน ซึ่งเมื่อถึงเวลาก็ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ทั้งสองเหตุการณ์ ก็กระทบกับการท่องเที่ยวพอๆ กัน
         คนไทยกับข่าวลือมักเป็นของคู่กัน แต่คนที่ได้รับข่าวลืออย่างพวกเรานั้นควรที่จะมีวิจารณญาณในการเชื่อ โดยอยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์การพิสูจน์ยืนยันได้ ไม่ใช่เชื่อเพราะเขาบอกมา ถ้าคนไทยยังนิยมข่าวลือ มองอีกมุมหนึ่งเราน่าจะสร้างข่าวลือที่ว่าถ้าคุณทำความดีสร้างแต่กรรมดี คุณจะได้มีโอกาสมีโชคลาภมีความสุขมีเงินทองเหลือใช้ ข่าวลือแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะถ้าสังคมไทยจะดีขึ้นอีกหน่อย


บทความเรื่อง คนไทยอึ้งหลังมีสาวโชว์นมในรายการTGT


 
     หากใครที่ได้ติดตามดูรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนส์หรือเรียกกันสั้นๆว่า TGT ซึ่งเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยทุกคนที่มีความสามารถต่างๆขึ้นมาโชว์ความสามารถของตนเอง และก็ได้มีผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาโชว์ศิลปะ ในตอนแรกก็เหมือนการวาดรูปทั่วไปแต่หลังจากนั้นเธอก็ได้ถอดเสื้อรวมถึงเสื้อชั้นในที่ใส่อยู่ออกและได้นำกระป๋องสีที่อยู่ข้างตัวมาราดและนำหน้าอกไปป้ายกับกระดาษ ซึ่งทุกคนที่ได้ดูรายการนี้ต่างตื่นตะลึงตกใจกันเป็นอย่างยิ่ง และพอผลตัดสินปรากกว่าได้ผ่านเข้ารอบโดยมีเสียงค้านหนึ่งเสียงจากกรรมการผู้หญิงซึ่งมองว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม และหลังจากนั้นคนในสังคมต่างก็ได้พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของผู้หญิงคนนี้และมีการวิพากษ์วิจารณ์คณะกรรมการชายคนที่ให้ผ่านด้วยทำนองว่ามันไม่ใช่ศิลปะ มันไม่ใช่ความสามารถเป็นแต่มันแค่การโชว์นมซึ่งใครๆก็ทำได้ขอแค่มีความกล้า ผู้คนต่างมีความคิดกันหลากหลายมากมายและได้มีการค้นหาประวัติส่วนตัวของผู้หญิงที่มาโชว์และมีการประจานอีกด้วยและได้มีเพื่อนของผู้หญิงที่โชว์ออกมาบอกความจริงแก่สาธารณชนว่าความจริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้น กลับกลายเป็นว่าการที่มีผู้หญิงมาโชว์หน้าอกในครั้งนี้เป็นเพียงการว่าจ้างของบริษัทเวิร์คพอยท์ เพื่อต้องการให้รายการของเรตติ้งสูงขึ้น ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องของการตลาดก็นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
         แต่ถ้าพูดถึงในเรื่องของวัฒนธรรมไทยนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเนื่องจากสังคมไทยของเรายังไม่ได้เปิดกว้างเกี่ยวกับงานศิลปะประเภทนี้ ซึ่งงานดังกล่าวถ้าเป็นต่างประเทศคงไม่เป็นอะไร อย่างไรก็ตามนี่คงจะเป็นบทเรียนอีกบทหนึ่งของผู้จัดรายการว่าจะต้องคำนึงถึงความถูกต้องกระแสของวัฒนธรรม เพราะตราบใดที่คุณเป็นคนไทยอยู่ในสังคมไทย คุณต้องรับผิดชอบจะคิดแต่กระแสเรตติ้งดีอย่างเดียวไม่ได้ เพราะยังมีโชว์ที่งานสร้างสรรค์ดีๆ ที่จะนำมาเสนอให้กับผู้ชมพร้อมสร้างเรตติ้ง และรักษาวัฒนธรรมไทย

บทความเรื่อง ประชาธิปไตย


        
     ในสังคมปัจจุบันมีบุคคลออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยพร้อมทั้งขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย จำความได้ว่าประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญฉบับแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 และมีรัฐธรรมนูญ มาแล้วถึง 18 ฉบับ มีการแก้ไขอีกกว่า 30 ครั้ง ซึ่งประเทศต้นแบบประชาธิปไตยของเราคือ ประเทศอังกฤษมีรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นลายรักอักษร หรือเรียกว่า รัฐธรรมนูญจารึก พวกเขาไม่เห็นมีใครลุกขึ้นมาประท้วงเพื่อขอแก้ไข แล้วให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการเลย
    สังคมไทยปัจจุบันมีคนบางกลุ่มอออกมาเรียกร้อง ความเป็นประชาธิปไตยตอนนี้ใครสามารถบอกได้บ้างว่าประชาธิปไตยมันคืออะไร และสังคมไทยจะต้องมีประชาธิปไตยแบบไหน ส่วนใหญ่ที่พบกันในการประชุมสภาเราพบว่าประชาธิปไตยคือเสียงส่วนใหญ่ นั้นคือความเป็นจริงหรือ ถ้าเสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงที่สนับสนุนในสิ่งที่ผิด ในสิ่งที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่บ้านเมือง แล้วเราเอาการมีเสียงมากคือ เป็นประชาธิปไตย ต่อไปสังคมไทยแม้แต่ประเทศไทยจะอยู่รอดหรือ เราคงต้องมาปลูกฝังเรื่องของประชาธิปไตยกันใหม่ โดยให้เข้าใจตั้งแต่เด็ก แต่ปัญหาก็คือ ผู้รู้จริงเรื่องประชาธิปไตย เขาคือใคร เอ่ย!  

Tuesday, July 10, 2012

บทความเรื่อง อียิปต์เมืองแห่งอารยธรรม


 
    อียิปต์เมืองแห่งอารยธรรมโบราณที่เก่าแก่ของโลกซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึงกว่า5,000ปี ในสมัยโบราณนั้นอียิปต์มีการปกครองแบบฟาโรห์ซึ่งได้เปรียบเสมือนกับฟาโรห์นั้นเป็นสมมุติเทพ ในสมัยก่อนอียิปต์แบ่งออกเป็นทั้งหมด2ส่วนคือ อียิปต์บนและอียิปต์ล่าง ชาวอียิปต์โบราณมีวิวัฒนาการก้าวล้ำกว่ายุคสมัยมากมายไม่ว่าจะเรื่องของการสร้างพีระมิด ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นที่พิศวงกันอยู่ว่าพีระมิดที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้สร้างขึ้นได้อย่างไร นอกจากนี้แม่น้ำไนล์ที่ไหลผ่านได้หล่อเลี้ยงชีวิตชาวอียิปต์จึงทำให้ชาวอียิปต์มีความเคารพสักการะแม่น้ำไนล์ ชาวอียิปต์จะใช้แม่น้ำไนล์ทำทุกๆอย่างในชีวิตประจำวันตั้งแต่การบริโภคและมีใช้ทำเกษตรกรรมปลูกพืชผลเลี้ยงชีพ คนสมัยก่อนมีความเชื่่อกันว่า หากใครที่ได้ดื่มน้ำของแม่น้ำไนล์แล้วก็จะได้กลับมาที่อียิปต์อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีความเชื่อกันว่าผู้ที่ตายไปแล้วจะกลับชาติมาเกิดใหม่จึงได้พยายามรักษาศพของผู้ตายเอาไว้ ที่เราเรียกกันว่าการทำมัมมี่ และมีการนำความเชื่อเรื่องเวทมนตร์และคำสาปมาเป็นเครื่องป้องกันการเข้าไปบุกรุกเข้าไปขโมยของในหลุมศพของฟาโรห์โดยมีการแช่งไว้ว่า หากผู้ใดเข้าไปรบกวนการนอนของฟาโรห์แล้วจะต้องพบกับความตาย

     สิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของชาวอียิปต์ก็คือการทำกระดาษ หรือที่เรียกกันว่า กระดาษปาปิรุสซึ่งทำมาจากต้นกก โดยการตัดรากและดอกและตัดลำต้นเป็นท่อนยาวๆตามความต้องการและนำส่วนที่เป็นเยื่อมาผ่าให้เป็นแผ่นแล้วนำไปแช่น้ำประมาณ6วันก่อนจะนำไปเข้าเครื่องอัดประมาณ7วันแล้วจึงค่อยนำไปตากแดดประมาณ1-2วัน ส่วนใหญ่นำกระดาษปาปิรุสไปใช้ในการบันทึกบทสวด ,คำสาบานต่างๆ และเรื่องราวต่างๆมี่เกิดขึ้นและได้มีการประดิษฐ์อักษรขึ้นเป็นของตัวเอง มีชื่อว่าอักษรเฮียโรกลิฟฟิก ซึ่งเป็นลักษณะของอักษรภาพ
    ชาวอียิปต์ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ไว้ให้กับชาวโลกและเป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมคือพีระมิด พีระมิดปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศอียิปต์โดยมีการสร้างพีระมิดเพื่อเป็นที่ฝังศพของฟาโรห์และเก็บสมบัติอื่นๆ โดยปัจจุบันพีระมิดที่มีชื่อเสียงเช่นพีระมิดกีซา,พิระมิดขั้นบันได นอกจากนี้ยังมีสถานที่ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพของชาวอียิปต์ก็คือ มหาวิหารอาบูซิมเบล อายุกว่า 3,000 ปี สร้างขึ้นในสมัยองค์ฟาโรห์รามเสสที่ 2 เพื่อบูชาเทพอามุน-รา  วิหารแห่งนี้เจาะภูเขาเข้าไป ส่วนด้านหน้ามีรูปสลักองค์ฟาโรห์ราเสสที่ 2 สวมมงกุฎ มีเครายาว ประทับนั่งอยู่ด้านหน้าจำนวน รูป
    ราชวงศ์อียิปต์ได้มีความเจริญรุ่งเรืองจนถึงขีดสุดและได้ล่มสลายลงในสมัยของพระนางคลีโอพัคราในสมัยราชวงศ์พโทเลมี่ ถึงแม้ว่ายุคสมัยของอียิปต์ในยุคโบราณจะจบสิ้นไปแล้วแต่ก็ยังได้เหลือมรดกทางสถาปัตยกรรมอันสวยงามมากมายให้แก่พวกเรา สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นมรดกของโลกอีกทั้งยังดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวให้เข้ามาค้นหาความลึกลับความพิศวงของอียิปต์


มหาพีระมิดกีซา

มหาวิหารอาบู ซิมเบล

กระดาปาปิรุส