Wednesday, July 11, 2012

บทความเรื่อง เด็กบดินทรอดข้าวประท้วง หวังเข้าม.4


      จากข่าวที่ว่าได้มีกลุ่มเด็กนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) จำนวนหนึ่งไปอดข้าวประท้วงข้างทำเนียบรัฐบาลเพื่อขอให้โรงเรียนรับเข้าต่อชั้นม.4 ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ของสังคมเลยว่าทำไมเด็กๆกลุ่มนี้ถึงไม่ได้เข้าศึกษาต่อ เข้าไม่ได้เข้าเพราะมีการแปะเจี๊ย หรือเข้าไม่ได้เพราะเกรดเฉลี่ยไม่ถึงตามกฎที่โรงเรียนได้กำหนดไว้ก่อนแล้วว่าจะต้องได้เท่าไหร่ถึงจะสามารถศึกษาต่อชั้นม.4ได้ ซึ่งพอได้มาดูมาตรฐานของโรงเรียนและของกระทรวงศึกษาที่ได้ตั้งไว้ว่าให้โรงเรียนสามารถรับเด็กเก่าได้เพียง550คน และมีห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์อีกประมาณ30คน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางโรงเรียนได้จัดให้มีการคัดเลือกภายในโดยดูเกรดเฉลี่ย3ปีก่อนว่าต้องมีเกรดเท่าไหร่ถึงจะสามารถผ่านเกณฑ์ ส่วนนักเรียนที่เกรดเฉลี่ยไม่ถึงนั้นสามารถสอบคัดเลือกรอบ2ได้ และโรงเรียนก็ได้รับนักเรียนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่งเพราะมีนักเรียนบางส่วนสอบติดยังโรงเรียนอื่นแล้วได้สละสิทธิ์ไป ซึ่งการสอบรอบสุดท้ายนี้จะมีนักเรียนจากข้างนอกมาสอบแข่งด้วย หากไม่สามารถสอบผ่านรอบนี้ก็คือไม่สามารถเข้าศึกษาต่อได้ ซึ่งนักเรียนที่ไปอดข้าวที่ข้างทำเนียบนั้นต่างก็คือนักเรียนที่ไม่สามารถสอบเข้ารอบสุดท้ายที่ทางโรงเรียนได้จัดไว้ให้ และผู้ปกครองของเด็กทั้งหลายเหล่านี้ก็ต่างพากันสนับสนุนให้บุตรหลานของตัวเองมาประท้วง โดยไม่ได้ยอมรับความจริงเลยว่า ลูกหรือหลานของตนเองนั้นสอบไม่ติดเองและโรงเรียนไม่ได้มีอยู่เพียงโรงเรียนเดียวและการเรียนที่โรงเรียนไหนก็ตามถ้าเด็กที่มาประท้วงเป็นเด็กที่มีความสามารถไม่ว่าจะไปเรียนที่โรงเรียนไหนก็มีความสามารถเหมือนกัน การแก้ปัญญาของทางโรงเรียนเพื่อยุติปัญญาการอดข้าวประท้วงของนักเรียนคือได้มีการจัดห้องเรียนพิเศษซึ่งเป็นการเรียนการสอบภาคบ่าย เรียนตั้งแต่บ่ายโมง-ห้าโมงเย็น และยังมีเรียนวันเสาร์ อีกด้วย 
       ในสังคมไทยปัจจุบันเราจะพบว่าการประท้วงเพื่อต้องการในสิ่งที่ตนเองอยากได้หรือพอใจหรือไม่พอใจอะไร กำลังมีมากขึ้นในสังคม การประท้วงไนการอดข้าวของนักเรียนบดินทรเดชาในครั้งนี้นับเป็นความสำเร็จของการประท้วงก็เป็นไปได้ทำให้สะท้อนภาพขอสังคมไทยในปัจจุบันว่าถ้าเราไม่พอใจอะไร หรืออยากได้อะไรแล้วไม่ได้เราก็จะมาชวนกันประท้วงในรูปแบบต่างๆ อย่างเช่น กลุ่มแท็กซี่ไม่พอใจค่าแท็กซี่ก็ประท้วง กลุ่มเกษตรไม่พอใจในราคาผลไม้ก็ประท้วง ไหนจะยังผู้ชุมนุมมากมายหลากหลายสีซึ่งมีความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันอีก พอคนไทยเรารู้ว่าถ้าออกมาประท้วงแล้วเราจะได้ตามที่ต้องการก็จะมาประท้วงกัน โดยไม่ได้คำนึงเลยว่าจะมีผู้คนจำนวนมากแค่ไหนที่ต้องมาเดือดร้อนกับการกระทำของคนเหล่านี้ิ้ประเทศชาติไทยเราจะเจริญได้อย่างไร หากคนไทยคิดกันเพียงแค่ว่า หากไม่ได้อะไรก็มาประท้วงเดี๋ยวก็ได้เอง แล้วถ้าอย่างนี้หากเด็กที่จะเข้ามหาวิทยาลัยเกิดสอบมหาวิทยาลัยที่ตัวเองใฝ่ฝันไม่ได้ไม่ต้องออกมาประท้วงกันเลยทั่วประเทศเลยหรอ เพราะรู้ว่าหากประท้วงแล้วเดี๋ยวต้องได้เข้าแน่ๆ อยากให้คนไทยเปลี่ยนความคิดที่ผิดๆเรื่องการประท้วงเพื่อสิ่งที่อยากได้ออกไป เราควรทำตามกฎตามกติกาและควรยอมรับความเป็นจริงที่เป็นอยู่ไม่มีอะไรที่จะได้ดั่งใจเราทุกอย่าง หากเรายังไม่เปลี่ยนความคิดกันต่อไปคนไทยคงได้ออกมาประท้วงกันทุกวันเป็นแน่แท้
 




No comments:

Post a Comment